ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - MooBank

หน้า: [1]
2
อ้างอิง จากคลับเพื่อนบ้านครับ  :emo_040:

4
ก่อนหน้านี้ แฟนผมเจอเหตุการณ์เบรคแข็งเหยียบไม่ลงเวลาสตาร์ทเครื่อง ซึ่งผมเองไม่เคยเจอเลย ผมเลยสงสัยว่าทำไมแฟนผมถึงเจอเหตุการณ์แบบนั้น ทั้งๆที่ก็ขับรถคันเดียวกัน แล้วผมเองขับบ่อยกว่าแฟนผมสะด้วยซ้ำ  :-X
ผมเลยหาข้อมูลในกูลเกิ้ลดูครับ ได้ความว่า

!!!ระบบช่วยผ่อนแรงการเหยียบเบรก

อุปกรณ์ช่วยผ่อนแรงในการเหยียบเบรก คือ หม้อลมเบรก (Brake Booster) ซึ่งทำงานด้วยสุญญากาศ (Vacuum) ภายในหม้อลมเบรกจะมีแผ่นไดอะเฟรมอยู่ และที่ตัวหม้อลมเบรกนี้เอง จะมีท่อต่อออกไป เชื่อมต่อกับท่อไอดี เมื่อเครื่องยนต์ทำงาน ก็จะดูดเอาอากาศที่ท่อไอดีเข้าไปเผาไหม้ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้หม้อลมเบรก ถูกดูดอากาศไปใช้งานด้วย ความดันอากาศในหม้อลมเบรก จึงต่ำลงเข้าใกล้ระดับสุญญากาศ เมื่อผู้ขับรถต้องการชะลอความเร็ว หรือหยุดรถ ก็จะเหยียบลงบนแป้นเบรก แกนเหล็กที่ติดตั้งอยู่บนแกนแป้นเบรก ก็จะเคลื่อนที่ไปดันให้วาล์วอากาศของหม้อลมเบรกเปิดออก ทำให้อากาศภายนอกไหลเข้าสู่หม้อลมเบรกอย่างเร็ว ก็จะไปดันเอาแผ่นไดอะเฟรมที่ยึดติดกับแกนกดแม่ปั๊มเบรก ให้เคลื่อนที่ไปดันลูกสูบในแม่ปั๊มเบรก พร้อมๆ กับแรงเหยียบเบรกของผู้ขับรถด้วย
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ผู้ขับรู้สึกว่าเหยียบเบรกด้วยความนุ่มนวล ซึ่งเมื่อผู้ขับคืนเท้าออกจากแป้นเบรกอีกครั้ง แป้นเบรกก็จะกลับสู่ตำแหน่งเดิม พร้อมด้วยวาล์วอากาศของหม้อลมเบรกก็ปิดลง อากาศที่หม้อลมเบรกก็ยังคงถูกดูดออกไปใช้งานอย่างสม่ำเสมอ จนกว่าเครื่องยนต์จะดับ
ในกรณีที่เครื่องยนต์ดับ ภายในหม้อลมเบรก ก็ยังคงมีสภาพเป็นสุญญากาศ อยู่ดังนั้น หลังจากที่เครื่องยนต์ไม่ทำงาน เรายังคงเหยียบเบรกได้อย่างนุ่มนวล อีกเพียงแค่ 2-3 ครั้ง เพราะอากาศด้านนอกหม้อลมเบรก ก็จะเข้าไปอยู่ในหม้อลมเบรก ในขณะที่ไม่มีการดูดเอาอากาศภายในหม้อลมเบรกไปใช้งาน (เพราะเครื่องยนต์ไม่ทำงาน ไม่มีการดูดไอดีไปใช้งาน) เมื่ออากาศเข้าไปบรรจุอยู่ในหม้อลมเบรกจนเต็ม ก็ไม่มีแรงจากหม้อลมเบรก มาช่วยดันลูกสูบในแม่ปั๊มเบรก ทำให้ผู้ขับจะต้องออกแรงเหยียบเบรกมากขึ้นไปด้วย

จากข้อมูลนี้ ผมเลยไปถามแฟนผมดูว่าตอนเธอดับเครื่อง เธอได้เหยียบเบรคอีกไหม เธอตอบกลับมาว่า "เค้าก็เหยียบเบรคแล้วก็ดับเครื่องปกติเหมือนตอนสตาทร์" ผมนี่อ๋ออออเลยครับ เพราะตัวผมเองเวลาดับเครื่อง ผมกดปุ่มดับเครื่องโดยไม่เคยเหยียบเบรคเลย

!!เพิ่มเติมครับ

วิธีการทดสอบหม้อลมเบรคในเบื้องต้น

ตรวจสอบหม้อลมเบรคในเบื้องต้น

-ดับเครื่องยนต์
-เหยียบเบรคปรกติ จนลมหมดหม้อลม แป้นเบรคแข็ง
-กดเหยียบเบรคค้างเอาไว้
-ติดเครื่องยนต์ เมือเครื่องยนต์ติด จะมี vaccum ในระบบ
-แป้นเบรคจะต้องกดต่ำลงตามแรงกดของเท้าที่เยียบเบรคค้างเอาไว้ ....หม้อลมเบรคปรกติ
-ถ้าแป้นเบรคไม่ต่ำลงตามเท้า...ระบบผิดปรกติ
  1/สายลมเบรครั่ว หลุด
  2/แผ่น diaphragm หม้อลมชำรุด
  3/ท่อ One way valve ชำรุด


ตรวจการกักเก็บ Vacuum ในระบบ

-ติดเครื่องยนต์ให้เดินเบา 2 นาที โดยต้องปิดระบบไฟฟ้าทุกอย่างในรถ (เพื่อให้มี vacuum มากกว่า 17 IncHg)
-ดับเครื่องยนต์
-เหยียบแป้นเบรคเหมือนปรกติ แล้วปล่อย คอย 5 วินาที
-เหยียบแป้นแบรคเช่นเดิมอีก 3 ครั้ง

ทุกครั้งที่เหยียบเบรคใหม่ แป้นเบรคจะต้องสูงกว่าเดิมเล็กน้อยทุกครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นปรกติ
เพราะทุกครั้งที่มีการเหยียบเบรค Vacuum จะลดน้อยลงไปจึงทำให้แรงดูดในแผ่นไดอะเฟรมลดลงไปด้วย

ถ้ากรณีที่แป้นเบรคกดต่ำเท่ากันทุกครั้ง แสดงว่าระบบ Vacuum ไม่ปรกติมีการรั่วเกิดขึ้น
ให้ตรวสอบ
-One way valve
-ท่อยางจากเครื่องยนต์ไปที่หม้อลม
-เหล็กรัดให้แน่น

ถ้าอุปกรณ์ท่อและวาวล์ปรกติ อาจมาจากตัวหม้อลมรั่วก็เป็นไปใด้



ตรวจสอบในขณะที่แผ่นไดอะเฟรมทำงาน

-ติดเครื่องยนต์
-เหยียบแป้นเบรคค้างเอาไว้
-ดับเครื่องยนต์
-ค้างแป้นเบรคเอาไว้มากกว่า 30 วินาที

หลังจาก 30 วินาที ถ้าแป้นเบรคไม่มีการตื้นขึ้น แสดงว่าปรกติ
แต่ถ้าแป้นเบรคดันขึ้นมา แสดงว่าผิดปรกติ อาจมีการรั่วในระบบ หรือหม้อลมชำรุด

6
ซื้อมาใส่ตั้งแต่ได้รถใหม่ๆเลย ไม่ได้เอามาอวดในบอร์ดสักที  :emo_040:

7
วิ่งยาวๆ รถไม่ติดมาก 100 - 120 ตามจังหวะรถบนถนนครับ  :-\

หน้า: [1]