ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - pongroofman

หน้า: [1] 2 3
1
หลังจากถามๆ พรรคพวกใน club กันแล้ว ยังไม่ค่อยมีคนมา share เรื่องการ upgrade วิทยุกันสักเท่าไหร่ ... ผมเองก็ใช้มาปีกว่า ก็ต้องบอกว่า สุ้มเสียงของเครื่องเล่น ก็ให้มาในระดับที่ฟังได้เพลินๆ

แต่ก็แบบที่หลายๆคนบอกครับ ว่า เบส มันไม่มากนัก เพราะ ขับจากลำโพงปกติ ยิ่งถ้าไปฟังคันที่ทำมาเยอะ พอกลับมาฟังรถตัวเองนี่ ถึงกับเสียหูเลย

ผมแก้ด้วยการไม่ไปฟังรถชาวบ้านเค้าครับ แต่ สุดท้ายก็ไม่รอด มีอยู่วันเพื่อนขับมารับ คันนั้น จัดเต็มมา.. หูผมถึงขั้นพิการ ฟังเครื่องเสียงติดรถมาไม่เพราะเลย..

คันหูมาหลายวัน .. จนวันนึงพอมีเวลา ย่องเข้าร้านแถวบ้านครับ ร้านชื่อสุชาติซาวน์ ก็เป็นร้านเก่าแก่ ผมเองก็เป็นลูกค้าแกครับ หลังไปขลุกอยู่ที่ร้านครึ่งชั่วโมง ก็ได้ สนนราคา การปรับปรุงเสียง โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 55 K

เยอะเอาเรื่องอยู่สำหรับคนมีรายได้ประมาณผม .. รายการนี้ ตัวหลักๆ ก็จะเป็น ตัว Processor แต่งเสียง อันนี้ ราว 20K และ ค่าตีตู้เบส ด้านหลัง 10 K แอมป์ ลำโพง อีก 20 K โน่นนี่นั้น ก็ อย่างที่ผมบอก

คิดหลายวันเลยครับ .. เพราะ รถก็นานๆ ขับที ควรจะลงทุนดีมั๊ย ..

2
เมื่อวานนี้เอาน้องบูบู้ Buboo รถ Hyundai Elantra ของผมมาทำการทดสอบวิ่ง ขอนแก่น นครปฐม ..

ผมวิ่งตั้งแต่ บ่ายโมง มาถึงบ้านเอาสี่ทุ่ม ขับอยู่ 8 ชั่วโมง .. !
เทียบกับตอนที่ผมเอา Toyota Corona 2.0  วิ่งถึงบ้าน ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 12 นาที เอง .. มันเป็นไปได้อย่างไร ..

เทคโนโลยี ยี่สิบปี ที่แล้ว (จำได้ว่าตอนนั้น Hyundai ยัง ต้อง ใช้เทคโนโลยี เครื่องจาก Mitsubishi) อยู่เลย ของ Toyota ยังเหนือกว่า Hyundai ตอนนี้ อยู่เลยหรืออย่างไร?


หาคำตอบได้ที่
http://wp.me/p17DuY-16N


3
หลังจากใช้งานรถไป ยังไม่ถึงปี ระยะ 18.000 สิ่งผิดปกติสิ่งแรกที่เจอ คือ ระบบเชื่อมต่อ ของ Multi media ออกอาการผิดปกติ

อาการมีสองอย่างคล้ายกันคือ ไม่เห็น SD Card ที่เสียบอยู่ กับ เสียบ iPod แล้วไม่เชื่อมต่อ ผมรอเอารถไปเช็คตอน 20,000 km อาการเป็นอยู่สองวัน แล้วก็หายไป ..

ผมว่าระบบมันเหมือน computer เวลา Hang มันก็จะ งง ทำอะไรไม่ถูก ถ้าได้ restart เครื่องก็น่าจะหายไปเอง

ปัญหามีอยู่ว่า เครื่อง Multi media นี้ ถึงแม้เราดับเครื่องปิดสวิทซ์ไปแล้วมันก็ยังทำงานอยู่ครับ สังเกตจากเสียงพัดลมระบายความร้อนของเครื่องที่ยังทำงานอยู่สักพัก และ ใน menu ของเครื่องเอง ก็มีการตั้งเวลา shutdown เอง เมื่อไม่มีการเล่น ผมลองดูมันจะมีตั้งเวลาให้ shutdown น้อยสุดอยู่ที่ 48 hr

สันนิษฐานว่า ผมอาจจะจอดรถทิ้งไว้ เกิน 48 ชั่วโมงเครื่องเลย shutdown แล้วพอเปิดใหม่เลยหาย ..

วันนี้ทำการทดสอบใหม่ โดยการเสียบ iPod เข้าไป เครื่องแสดงการเชื่อมต่อ แต่พอจะเล่น หน้าจอค้างไปเลย .. ค้างอยู่เป็นนาที สักพักก็ดับ และ restart ขึ้นมาเอง

Restart ขึ้นมาทีนี้ ไม่เห็น SD Card เหมือนเดิม และ ไม่เชื่อมต่อ iPod ให้ เหมือน ตอนแรก ...

จะเฝ้าดูอาการครับ ก่อนจะส่งให้ ศูนย์ทำการตรวจสอบ

หมายเหตุ ที่ Menu มี ปุ่มที่เขียนว่า Factory reset เหมือนกัน ไว้ผมคุยกับช่างก่อน ค่อยลองกดดู ไม่แน่ว่ากดปุ่มนี้อาจหาย แต่ ต้องตั้งค่าต่างๆ ใหม่หมด

ใครเคยเจอปัญหา และ พอทราบก็ เข้ามาแนะนำหน่อยนะครับ

4
ผมใช้รถ Hyundai Elantra คันนี้ ต้งแต่ปี 2014 ครับ
ตั้งใจ บันทึกการใช้งานด้านต่างๆ และ การซ่อมบำรุงรักษา แบบใช้จริง all life time เลยครับ
ซึ่งเขียนไว้ในห้องแนะนำตัวครับ
ติดตามอ่านกันได้ จาก link ข้างล่างนี้ครับ

http://www.elantraclubthailand.com/index.php/topic,94.0.html


5
รถ buboo ของผมคันนี้ มีระบบ กิ๊ฟเก๋ อีก อันหนึ่งใส่มาให้ด้วยครับ
นั่นคือ คำสั่งในการปลดล๊อคประตู

ขั้นตอนง่ายๆ ครับ

1. จอดรถให้สนิท
2. กด Trip ที่พวงมาลัย จนกระทั่ง  Menu  เลื่อนมาถึง User settings
3. กด Trip แช่ไว้ จนเข้าสู่การแก้ไข Menu (ระหว่างการแก้ไข อย่าเคลื่อนรถ เพราะเมนูจะออกจากหน้า setting ทันที เพื่อความปลอดภัย)
4. กด Trip เพื่อ เลื่อน menu มาที่ door กด reset เพื่อทำการเลือก
5. กด Trip เพื่อ เลื่อน menu มาที่ Auto door unlock กด reset เพื่อทำการเลือก
6. กด Trip เพื่อ เลือก เงื่อนไข การปลด lock แล้วกด reset เพื่อเลือก
  6.1 Off --> ไม่ปลด
  6.2 Power off --> ดับเครื่อง
  ุ6.3 Driver door unloack --> ปลดตามฝั่งคนขับ
  6.4 On shift to P --> เมื่อเลื่อนคันเกียร์ไปที่ P

เลือกแล้วก็ออกจาก Menu ครับ

คำเตือน : ถ้าจอดในที่เปลี่ยน ไม่ใช้ฟังก์ชั่นนี้ ก็ดีครับ เพราะ ป้องกันคนเข้ามานั่งในรถ

6
สวัสดีครับป๋องนะครับ

ตอนนี้รถผมใช้มาก็จะสิบเดือนแล้วครับ คงต้องเตรียมตัวที่จะต่อประกันภัยแล้วครับ
ตอนที่ซื้อรถตอนแรก ก็ได้ประกันฟรี เลยไม่ค่อยได้ดูเบี๊ยเท่าไหร่ ตอนนี้ จะครบปีแล้ว เลยอยากรวบรวมข้อมูล จากเพื่อนๆ เพื่อเป็นการต่อประกันของตัวเองครับ

รายที่ 1 เมื่อวานมี sale โทรมาจำไม่ได้แล้วว่า ของที่ไหน
ทุนประกัน 620,000
เบี๊ย 21,000
รวม พรบ แล้ว
ไม่ระบุคนขับ

รายที่ 2 เทเวศน์ประกันภัย (ผมทำในฐานะพนักงาน SCG)
ทุนประกัน 720,000
เบี๊ย 16,684 + พรบ 549 = 17,233 บาท
ไม่ระบุคนขับ ซ่อม อู่ เพราะ ไม่มีห้างที่ร่วม contact

ใครมีข้อมุล รบกวน share ด้วยครับ จะรวมไว้ ในหน้าแรกนี้ครับ

ขอบคุณครับ

 :) :) :) :) :) :)

สรุปผมไปต่อแล้วนะครับ ผมดูแล้ว ของเทเวศน์ ที่ผมต่อไว้ ดีสุด ตอนไปทำได้ส่วนลด เป็น คูปองที่ Lotus อีก 700 บาท

ใครสนใจมาทำได้ครับ สามารถใช้ rate พิเศษ นี้ได้ โดยการแนะนำของผม Office อยู่ที่ SCG บางซื่อ ครับ ถ้าจะทำก็ติดต่อผมมาที่ เบอร์โทร 0850711113 จะแนะนำให้ครับ

7
วันนี้แวะมาเล่าเรื่องระบบอันทันสมัยของ Elantra อีกอย่างครับ
เป็นเรื่องที่ คู่มือ และ โบชัว ไม่ได้กล่าวไว้ ผมใช้งานแล้วสังเกตเจอเลยมาเล่าให้ฟัง

ระบบหรี่ไฟหน้าปัด
ในรถรุ่นใหม่ๆ ไฟหน้าปัดจะมีแสงออกมาทันทีที่เรากดปุ่ม start
คนรุ่นเก่า อาจจะชินกับ รถสมัยก่อนที่ ไฟหน้าปัดจะติดเมื่อมีการเปิดไฟหน้าเท่านั้น (ดังนั้นไม่แปลกที่บางทีเห็นคนขับรถในเมือง โดยลืมเปิดไฟหน้า เพราะ ไฟหน้าปัดมันติด เลยคิดว่า ไฟหน้าเปิดแล้ว)

ใน Elantra เมื่อทำการกดปุ่ม จะเห็นการ "ต้อนรับ" ของรถ ด้วยการค่อยๆ เรืองแสงไฟหน้าปัด ขึ้นมาเป็นจังหวะให้เห็น

#Invalid YouTube Link#

ไฟหน้าปัดจะส่องสว่างเพราะ ถ้าไม่สว่างจะไม่เห็นอะไรเลย ส่วน การเปิดไฟ ถ้าเปิดไฟ ก็จะมีรูปของ ไฟหน้า ปรากฏขึ้นมาให้เห็น ซึ่งแยกกันระหว่าง สัญลักษณ์ไฟ sportlight ด้วย

ทีนี้ เวลาขับรถกลางคือ เราก็ต้องปรับไฟหน้าปัดให้เหมาะสมกับ การมองในที่มืดของแต่ละคนครับ เพราะ ถ้าหน้าปัดสว่างเกินไป รูรับแสงที่ลูกตาจะหดเล็กลงทำให้ การมองในที่มืดจะไม่ชัดนัก

การปรับทำได้โดยการปรับที่ปุ่ม ด้านขวามือ ที่เป็นรูปหลอดไฟ โดย กดด้านบน จะเป็นการเพิ่มความสว่าง กดด้านล่างก็จะเป็นการลดความสว่าง โดยขณะปรับ ก็ จะมีข้อความแสดงบนหน้าปัดว่า อยู่ที่ level ที่เท่าไหร่

การปรับจะแบ่งออกเป็น สอง mode คือ mode ปกติ (ปิดไฟหน้า) กับ mode กลางคืน (เปิดไฟหน้า) โดย ทำการปรับแยกได้อิสระในแต่ละ mode จากปุ่มเดียวกัน

เรียกได้ว่า ตอนกลางวัน ก็ตั้งให้จ้าไว้ ส่วนตอนกลางคืน ก็ ปรับให้หรี่หน่อย จะได้สบายตา

ทีเด็ดของระบบหรี่ไฟตัวนี้คือ ที่กลางคอนโซลหน้า จะมี sensor วัดแสงอยู่ โดยจะวัดแสงสว่างด้านนอกรถ ซึ่งจะช่วย"คิด" และ ปรับแสงหน้าปัดให้อีกที

เช่นในเวลากลางวันเราวิ่งเข้าไปในอุโมงค์มืด เราจะเปิดไฟวิ่ง (mode กลางคืน) ไฟหน้าปัดจะหรี่ลง ตามที่เราตั้งไว้ พอพ้นอุโมงค์ข้างนอกสว่าง sensor จะทำการเร่งไฟหน้าปัดให้สว่างทันที โดยไม่ต้องรอให้เราดับไฟ

ไฟหน้ารถเราเอง ก็มีระบบเปิดปิดอัตโนมัติ โดย อาศัย sensor ตัวนี้เช่นกัน สามารถตั้งได้ โดยหมุนสวิสซ์ไฟหน้า ให้อยู่ในตำแหน่ง Auto ซึ่ง การควบคุมไฟหน้าปัด จะทำงานสัมพันธ์กันดีกับไฟหน้ารถ

ลองใช้ดูครับ ผมว่าดีทีเดียว

8
หลังใช้งานผ่านมาหลัก 10,000 km ผมเอง อยากหยิบปัญหาเล็กน้อยนี้มาพูดกันครับ

นั่นคือปัญหาเรื่องเสียง

จากประสบการณ์ใช้งานเองของผม เรื่องการเก็บเสียงของ Elantra ทำได้ดี ไม่ถึงกับ ฟังเพลงคลาสสิคได้ แต่ ผมว่า คะแนนการเก็บเสียง อยู่ที่ 7/10

อย่างไรก็ตาม จากการใช้ และ การอ่านใน forum มีปัญหาเรื่องเสียง บางอย่างจึงอยากรวบรวมไว้ในนี้

เสียงกระแทกเมื่อวิ่งความเร็วสูงและขึ้นเนินที่เป็นทางชันหักเหลี่ยม
อาการ จะมีเสียงกระแทกตอนรถพ้นเนิน และตกลงกระทบถนน เสียงจะดังชัดเจน
สาเหตุ การยึดของชิ้นส่วนช่วงล่าง
การแก้ไข ส่งศูนย์ให้ทำการเช็ค และ ขันแน่นช่วงล่าง ด้านหน้า --> หลังทำ ยังไม่พบอาการอีก

เสียงใน Console หน้า
อาการ จะมีเสียงดังกุกๆๆๆ ถี่ๆ ตอนวิ่งบนถนนที่มีสภาพผิวหน้าแตก และขรุขระ
สาเหตุ ตำแหน่งของสายไฟ และอุปกรณ์ใน console บางอันแตะกับ ชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติก console ทำให้ เวลาวิ่งจะเกิดการสั่นกระทบกันเป็นที่รำคาญ
การแก้ไข  หาสายไฟและอุปกรณ์ดังกล่าว จัดเก็บให้เรียบร้อย หรือ มัดด้วยผ้าสักหลาด หรือ ยางเพื่อลดเสียง --> ทำแล้วดีขึ้น


เสียงจากท่านอื่นๆ
ใครมีก็มา share กันครับ
เสียงจากยางขอบประตู
http://www.elantraclubthailand.com/index.php/topic,297.msg5683/topicseen.html#new

เสียงหอนเมื่อขับความเร็ว 70 km/hr
http://www.elantraclubthailand.com/index.php/topic,315.msg5475/topicseen.html#new

9
ว่ากันว่า สีน้ำเงินนั้น มีวิ่งไม่กี่คัน

ผมเลยทำ post นี้ไว้ เป็นที่รวมของสมาชิกที่ ดูแล Elantra สีน้ำเงิน กันครับ ..

เข้ามาก็ขานลำดับ กับ เลขสมาชิกหน่อยนะครับ

จะได้ทราบว่ามีกี่คันแล้ว

10


รถ Elantra GLS ปี 2014 และ 2015 ปีเดียวกับของผม จะใช้ยาง

Goodyear Assurance Triplemax ขนาด 215/45 R17 ครับ

กรณีที่ยางแบน ไม่ต้องตกใจ ให้เปลี่ยนยางอะไหล่ ซึ่งไม่ต้องตกใจว่า ขนาดมันไม่เท่ากัน เพราะให้ ขนาด 16 นิ้วมา ทางผู้ผลิต มีวัตถุประสงค์ให้ใช้ยางอะไหล่ เป็นอะไหล่ ชั่วคราวจริงๆ  เนื่องจาก อายุการใช้งาน ของยาง จะได้เท่ากันทุกเส้น ดังนั้น เปลี่ยนใส่ได้ และ ขับได้ครับ เพียงแต่ อย่าไปขับความเร็วสูงเท่านั้นเอง

สำหรับราคายางผมเช็ควันนี้ 20 Feb 2012 ราคา อยู่ประมาณ 3,300 บาท ต่อเส้นครับ


ข้อมูลหาร้านยาง spec นี้ใกล้บ้านคุณ ให้ เข้าไปที่ link

http://www.goodyear.co.th/dealers/dealer_search_results.asp?country=Thailand&area=all

จากนั้นเลือกจังหวัดและ Zone ที่สะดวก เพื่อ เลือกร้านใกล้บ้าน

คุณสมบัติยาง

กู๊ดเยียร์ แอชชัวแรนซ์ ทริปเปิ้ลแมกซ์ คือ ยางที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด เราคำนึงถึงการใช้งานในชีวิตประจำวันที่เหมาะสม โดยเฉพาะกับภูมิอากาศของประเทศในแถบเอเชีย ซึ่งมีสัดส่วนของปริมาณฝนมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ

 

ดังนั้นคุณสมบัติของยาง จึงต้องจำเป็นที่จะต้องมีประสิทธิภาพที่ดีรอบด้าน ซึ่ง กู๊ดเยียร์ แอชชัวแรนซ์ ทริปเปิ้ลแมกซ์ ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีประสิทธิภาพเด่น 3 ประการ ได้แก่ การเบรกได้สั้นกว่าบนถนนเปียก ความแข็งแรงทนทาน และการประหยัดน้ำมัน

 

ด้วยเทคโนโลยีไฮโดรกริป กู๊ดเยียร์ แอชชัวแรนซ์ ทริปเปิ้ลแมกซ์ จึงมีจุดเด่นในการยึดเกาะบนถนนเปียก ให้คุณมั่นใจได้มากกว่า

 

สัมผัสพลังเต็มแมกซ์…มั่นใจทุกสภาวะถนน




อ่านเพิ่มเติมครับ

http://www.goodyear.co.th/tyre_details.asp?tyre_code=Assurance%20TripleMax

สำหรับคนที่ต้องการความชั่วเหลือ ตลอด 24 ชั่วโมง ทาง Goodyear มี จัดไว้ให้ รายละเอียดตามนี้ครับ

http://www.goodyear.co.th/dealers/roadside_assistance_service.asp


ขอให้โชคดีทุกท่านครับ

11
วันนี้วันที่ 18 กุมภา 2015 ครับ ได้รถมาสองเดือนเต็มครับ ขับจริงๆ ก็เดือนกว่าๆ เพราะมัวแต่ไปขี่มอเตอร์ไซต์ เป็นส่วนใหญ่



แต่ด้วยความซนไปโหมวิ่งทำให้ เอ๊นเข่าอักเสบ อดขี่รถมาสามอาทิตย์ เลยเป็นโอกาสได้เอาน้อง Buboo ของผมมาขับแทบทุกวัน...
ขับไป ก็ลอง โน่น นี่ นั่น ตลอดว่า ทำอะไรได้บ้าง เลยได้รู้อะไรมากขึ้นหลายอย่างเกี่ยวกับ รถคันนี้

อย่างวันนี้ ใครจะไปนึกว่า กลางเดือนกุมภา ฝนจะเทลงมาห่าใหญ่ จนผมได้ใช้ที่ปัดน้ำฝน อันแสนจะอัจฉริยะ ของ Buboo

ที่ปัดน้ำฝนทั่วไป ก็ จะเป็นก้านอยู่ด้านซ้าย (ถ้ารถยุโรป ก็จะอยู่ด้านขวา) แล้วก็เลื่อนลงมาเพื่อปรับจังหวะ โดยส่วนใหญ่ก็จะมี จังหวะ ช้า (Lo) เร็ว (Hi) แล้วก็เป็นจังหวะ (INT) ซึ่ง จังหวะ ที่ว่าก็จะมีระดับ ช้าเร็วให้ปัด โดยการหมุดก้าน
ส่วนจังหวะแถมอีกอันคือ การฉีดน้ำแล้วปัดสองสามทีแล้วหยุด

เจ้า Buboo เป็น Elantra รุ่น GLS ซึ่ง จะเพิ่มในส่วนของ การปัดน้ำฝน แบบ Auto เข้ามาด้วย ซึ่งจะทำงานเมื่อเลื่อน ก้านมาที่ตำแหน่ง Auto โดย Buboo จะทำการปัดกระจกหนึ่งทีให้รู้ว่า ตอนนี้อยู่ใน Mode Auto นะฮะ ให้เราเห็น

การทำงาน จะทำงานร่วมกับ Sensor วัดน้ำที่อยู่ตกมาโดนกระจกครับ ถ้าตรวจเจอน้ำก็จะปัดให้ทันที ปัดกันจนแห้งน่ะครับ ไม่แห้งก็ไม่เลิก

จังหวะการปรับสามารถทำได้โดยการหมุนก้านครับ โดยมีระดับให้เลือกอยู่สี่ระดับ ตั้งแต่ ช้าสุด ไปจนเร็วสุด .. แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า นี่เป็นการปรับระดับ ความเร็วต่ำสุดในการปรับ

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ เวลาที่ sensor เจอน้ำ ก็ จะปัดทันทีตามความเร็วที่ตั้งไว้ครับ ถึงแม้ว่า น้ำบนกระจกจะมีน้อย เพราะฝนตกปรอยๆ แต่ถ้าตั้ง speed ไว้ เร็วสุด มันก็จะปัดเร็ว .. เร็วจนผมเกรงว่ามันจะเหวี่ยงก้านปัดน้ำฝน กระเด็นออกไปโดนรถข้างๆ เลยทีเดียว ..

ผมเลยแนะนำให้ตั้ง Auto ไว้ที่ระดับ เบาสุดครับ เพราะ Sensor จะตัดสินใจ ปรับความเร็วให้เอง กรณีที่พบว่า ที่ปัดอยู่ช้าไป ปัดไม่เกลี้ยง และ จะลดความเร็วกลับมาที่จุดที่ตั้ง เมื่อ กระจกปัดได้สะอาดแล้ว และ ฝนยังตกอยู่

เป็นอีกหนึ่ง function ที่ผมถูกใจมากมายกับรถคันนี้ครับ



======
้เพิ่มเติม เทคโนโลยีของระบบ Rain Sensor
======

เทคโนโลยี การทำ Rain sensor ใช้ตัว Optical sensor ยิงมุม 45 องศา เข้าไปที่กระจำ (sensor จะแปะไว้ที่ กระจกหน้าด้านใน ใกล้ๆ กับกระจกมองหลัง

ตัว sensor จะทำการวัดค่า Moisture จากการที่ วัดการสะท้อนกลับของแสง ถ้ากระจกแห้งก็สะท้อนกลับเยอะ ถ้ามีเม็ดน้ำเกาะ ก็สะท้อนกลับน้อย และ ตีค่าว่า มีน้ำเกาะมากต้องปัด



ส่วน speed ก็วัดจาก การที่ Moisture สะสมมากขึ้นเร็วหรือไม่ หลังจากการปัด ถ้าปัด แล้วขึ้นทันทีก็จะปัดถี่ขึ้น .. แต่อย่างที่บอก ว่า ความเร็วในการปัดต่ำสุดนั้น เราสามารถตั้งได้เองครับ ....

ผมจำได้ว่า ตอนเรียน อาจารย์ มีเสนอให้ทำโปรเจคนี้ครับ .. ตอนนั้นมันยังไม่มีในโลก .. ยังนึกๆ อยู่เลยว่า จะทำยังไงมันถึงจะ work กับ budget ที่มีให้ในการทำ 5000 บาท

12
ผมใช้งานมาจะเข้าเดือน ที่สอง แล้ว สังเกตเห็นการออกแบบ อีกอย่างของ น้อง Buboo ของผม (Elantra GLS) ที่ชอบใจมาก

มันเป็นเรื่องพื้นๆ ที่ทุกคนอาจไม่ทันสังเกต นั้นคือ ระบบการ หรี่ไฟหน้าปัด ในรถ ที่อยู่ด้านขวาเป็นปุ่มกด เพิ่มลด ข้างๆ พวงมาลัยนั่นล่ะครับ



ความเข้าใจทั่วไป เราจะทราบดีว่า ปุ่ม่ที่ว่านี้รถสมัยก่อนก็มี โดยสมัยก่อน หน้าปัดรถจะมีไฟแค่ตอนเปิดไฟหน้า (ถือว่าเป็นกลางคืน) ส่วนเวลาเปิดไฟ หน้าปัดจะไม่มีไฟ (ถือว่าเป็นกลางวันมองเห็นหน้าปัดอยู่แล้ว) ถ้าอยากปรับให้สว่างมากน้อย ก็ปรับสว่างด้วยมือ

ตอนหลัง รถยนต์ เริ่มออกแบบให้ หน้าปัดดูมืดและ จะสว่างเมื่อเสียบกุญแจ โดยจะสว่างตลอดเวลา ทั้งตอนเปิดไฟและปิดไฟหน้ารถ ตัว Dimmer ที่ปรับความสว่าง ก็ จะมี สองตำแหน่ง คือ ตำแหน่งความสว่าง ที่ใช้ในเวลากลางวัน (ปิดไฟหน้ารถ) และ ตำแหน่งที่ใช้เวลากลางคืน (เปิดไฟหน้ารถ) โดยเราใช้ปุ่มเดิมนั่นแหล่ะ ตั้ง อยากให้กลางวันสว่างแค่ไหน ก็ ตั้งตอนปิดไฟ อยากให้ กลางคืนสว่างแค่ไหน ก็ตั้งตอนเปิดไฟ แค่นั้นจบเลย ไม่ต้องปรับความมืดความสว่างกันบ่อยๆ

เจ้า Buboo นี้เจ๋งตรงที่ กรณีที่เรา เปิดไฟหน้า .. (ซึ่งปกติเราจะหรี่ไฟหน้าปัดไว้) แล้ว วิ่งผ่านมายังทีสว่าง หน้าปัดจะดูมืดทันทีเพราะแสงข้างนอกมันมาก แต่พอผ่านไปนานสักหนึ่งนาที หน้าปัดที่เราหรี่ไว้ จะสว่างมายังตำแหน่งความสว่างที่เราตั้งไว้สำหรับกลางวันทันที...!

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะ GLS มี Light sensor ที่คอยตรวจดูว่า สภาพด้านนอก นั้น มืดถึงระดับต้องเปิดไฟ หรือ สว่างจนต้องปิดไฟ เพื่อสั่งให้ ระบบเปิดไฟหน้าอัตโนมัติทำงานหรือเปล่า (ในกรณีที่เราเลื่อนก้านไฟไปที่ตำแหน่ง Auto) และ ทางผู้ออกแบบ ได้เอาฟังก์ชั่นจาก Sensor ตัวนี้ มาพ่วงกับ timer เพื่อ หน่วงเวลาว่า ถ้าความสว่างด้านนอกมีความสว่างนานติดต่อกัน นานถึง 1 นาที ก็ ให้จัดการกับ Dimmer หรือ ไฟหรี่หน้าปัดได้เลย..

เจ๋งดี ผมล่ะอยากเห็นไอ้คนต้นคิดคนนี้จริงๆ (อาจจะไม่ใช่ Hyundai แต่ก็ต้องขอบคุณ วิศวกรออกแบบของ Hyundai ที่เอา feature นี้มาใช้อยากครบถ้วน)

ส่วนไฟหน้าปัดของ Media player นั้น ไม่ได้ฉลาดตามอย่างไฟหน้าปัด  เพียงแต่จะมีแค่สาม mode คือความสว่าง ในกลางวัน กลางคืน และ ปิดหน้าจอ (โดยการกางสี่นิ้วจิ้มลงไปบนจอ)

ผมขอเรียกสิ่งนี้ว่า Smart Dimmer ครับ ซึ่งไม่อยู่ในคำ โฆษณาใดๆ หรือในตาราง spec รถ แต่ผมว่ามันเจ๋งจริงๆ ครับ

13
ผมเขียนไว้ที่นี่นะครับสำหรับการใช้งาน Navigator แบบพื้นๆ

ลองเข้าไปอ่านกันดูครับ

http://www.elantraclubthailand.com/index.php/topic,222.0.html


14
เมื่อวานเพิ่งไปเปลี่ยนป้ายแดง เป็น ป้ายดำมาครับ
ผมรับรถตั้งแต่ 19 Dec 14 เปลี่ยนป้าย ก็ 12 Feb 15 รวมแล้วใช้ป้ายแดงมา เกือบสองเดือน...

ป้ายแดงดีตรงทำให้รู้ว่า รถเราใหม่ แต่ผมรู้สึกว่า ..มันเชิญชวนให้คนมาแกล้งเบียดๆ เราบ่อยเหมือนกันครับ ..เคยต้องลงไป บอกกล่าว กับรถคันอื่น กันหลายครั้ง .. ผมว่า เปลี่ยน ป้ายดำก็สบายใจกว่าครับ

ได้ความรู้มานิดหน่อย เลยอยากเขียนไว้ตรงนี้ครับ

ทำไมต้องป้ายแดง
1. ป้ายดำมีขั้นตอนในการทำ และ ทำไม่ทัน เลย ต้องออกป้ายแดงมาก่อน
2. ตามกฏหมายป้ายแดง มีไว้สำหรับ รถขาย หรือ รถซ่อม ดังนั้น เลยจำกัด เวลาการใช้ ตั้วแต่ อาทิตย์ขึ้นถึงอาทิตย์ตกครับ .. สมัยก่อน ผมเคยโดนใบสั่งเพราะ วิ่งตอนกลางคืน หลังๆ ตำรวจพัฒนา ไม่เห็นแจกใบสั่งข้อหานี้กันแล้ว

ค่าใช้จ่ายในการใช้ป้ายแดง
1. ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ ศูนย์ พระราม 5  ที่ผมออกรถ ขอเก็บมัดจำไว้ 5,000 บาท
2. เมื่อดำเนินการขอป้ายดำเสร็จก็ต้องเอาป้ายแดงไปคืนครับ พร้อมเปลี่ยนป้าย รถผมผ่อน ดังนั้น การจัดการเรื่องป้าย ทางศูนย์ จะดำเนินการให้
3. ค่ามัดจำป้ายแดง ทางศูนย์คืนให้โดยการโอนเงินเข้าบัญชี เห็นบอกผมว่า ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ เงินจะเข้า

การขอเลขทะเบียน
1. ถ้าไม่เน้นอะไรมากก็ ให้ sale จัดการเลยครับ
2. ถ้าอยากได้เลขประมูล หรือ เลขพิเศษ ที่เราชอบ ต้องไปทำการจองครับ
3. ระบบการจอง ปัจจุบันเป็น ระบบ online "เท่านั้น" ต้องเข้า web จองครับ
4. การจอง ผมเคยเขียนไว้ใน blog ของผมนะครับ ลองเข้าไปอ่านดู
http://wp.me/p17DuY-11W

ค่าใช้จ่ายในการทำป้ายดำ
1. ศูนย์พระราม 5 จะมี "เงินที่ลูกค้าช่วยจ่าย" ในการทำป้ายทะเบียน เป็นเงิน 4,000 บาท เก็บตอนซื้อรถครับ
2. ค่าใช้จ่ายที่มีใบเสร็จ จะรวมแล้ว ประมาณ 2,400 บาท โดย เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องดำเนินการขอ และ ชำระภาษี รวมถึงค่าป้ายทะเบียน ที่ขนส่งเป็นคนเรียกเก็บ
3. ส่วนต่างประมาณ 1,600 บาท สอบถามแล้ว เป็นค่า "ดำเนินการ" จัดการเรื่องการออกทะเบียนรถทั้งหมด ครับ เนื่องจากเป็นรถนำเข้า ก็จะมีขั้นตอนหลายอย่าง จนการจดทะเบียนแล้วเสร็จ อันนี้ เหมาม้วย ไป ตามจำนวนเงินดังกล่าวครับ ...

ใครมีอะไรเสริม ก็ เขียนเพิ่มได้ครับ .. เป็นความรู้ให้สมาชิกครับผม

ป๋อง

15
ระบบ Elantra มี ระบบความปลอดภัยหลายอย่างครับ
วันก่อนผมอ่านคู่มือ เห็นพูดถึงเรื่องนี้ เลยนำมา shareครับ

ระบบหนึ่ง ที่มีใน Elantra คือ การเช็ค การขาดของหลอดไฟท้าย .. เนื่องจาก ถ้าหลอดไฟท้ายขาด นี่เป็นเรื่องอันตรายเพราะ รถด้านหลัง อาจจะมองไม่เห็น

ในคู่มือระบุว่า กรณีที่รถตรวจพบว่า หลอดไฟขาด ระบบเครื่องจะ start ไม่ติดครับ โดยจะมี ข้อความขึ้นที่หน้าจอ ว่าให้ทำการตรวจสอบ หลอดไฟ และ ทำการเปลี่ยนให้เรียบร้อย

แต่ถ้าเกิดขึ้นระหว่างเดินทาง ซึ่ง ส่วนใหญ่ ก็จะไม่มีใครพกหลอดไฟไว้ด้วย .. การ start เครื่องให้ทำการ กด start แช่ไว้ครับ .. ประมาณ 5 วิ เครื่องจะทำการตามปกติ ...

ที่เป็นเช่นนั้นเพื่อจะได้เตือนเจ้าของรถให้ ทราบว่า สภาพหลอดไฟไม่พร้อม ก่อนขับขี่ จะได้ระวังครับ ...

แล้วอย่าลืม เปลี่ยนหลอดไฟด้วยนะครับ ...

ใครมีประสบการณ์ อยาก share เรื่องนี้ ...เรียนเชิญครับ

หน้า: [1] 2 3