ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ผู้เขียน หัวข้อ: การดูแลรถยนต์ในช่วงฤดูหนาว  (อ่าน 40 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ tawann8

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 3963
  • กระทู้: 5
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: อาม
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
การดูแลรถยนต์ในช่วงฤดูหนาว
« เมื่อ: 11 ม.ค. 2021, 15:39:12 »
 Share 
ช่วงปลายปีเป็นช่วงฤดูหนาว สภาพอากาศหลายพื้นที่มีอุณหภูมิลดลง อากาศที่เปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อรถยนต์ เมื่ออากาศเย็นระบบการทำงานต่างๆจะทำงานไม่เต็มที่ โดยเฉพาะหากอยู่ในบริเวณที่สูงทางภาคเหนือที่มีอุณหภูมิต่ำ เช่น บนภูเขา บนดอย มีข้อมูลและคำแนะนำ การดูแลรถในฤดูหนาวมาแนะนำกันดังนี้

1. ความชื้น

สิ่งที่ต้องรับมือกับอากาศเย็น อันดับแรกคือความชื้นที่มากับความเย็น ควรใช้น้ำมัน Sonax ไล่ความชื้น ที่มีขายตามร้านเครื่องมือช่าง พ่นในห้องเครื่องบริเวณขั้วไฟหรือ สายไฟให้ทั่ว เพื่อป้องกันความชื้น และหนูจะเข้าไปกัดสายไฟได้   เนื่องจากห้องเครื่องยนต์มีอุณหภูมิที่อุ่นสบายกว่าภายนอก  การพ่นน้ำมัน Sonax จะช่วยไล่หนูได้ เพราะหนูจะไม่ชอบกลิ่น เหม็นของน้ำมัน Sonax


2. ควรเปิดสวิตซ์กุญแจให้นานหน่อย

ตอนเช้าในฤดูหนาวที่อากาศหนาวจัดต่ำกว่า 5 องศาลงไปควรเปิดสวิตซ์กุญแจหัวเผาให้นานหน่อยก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์ ควรจะเหยียบคลัทช์ช่วยในการสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยเมื่อเครื่องยนต์ติดแล้วควรปล่อยให้เครื่องยนต์เดินเครื่องไว้ประมาณ 15 นาทีเป็นอย่างน้อย (ให้เครื่องร้อน) เนื่องจากอากาศหนาวจัดทำให้น้ำมันเครื่องเกิดอุดตันได้


3. แบตเตอรี่

ในสภาพอากาศที่เย็นมากๆ จะลดความสามารถในการสตาร์ทขณะเครื่องเย็นของแบตเตอรี่ ควรตรวจสอบแบตเตอรี่และเปลี่ยนเมื่อกำลังไฟในการสตาร์ท พร้อมตรวจเช็คขั้วแบตเตอรี่ว่าหลวมหรือมีขี้เกลือหรือเปล่า



4. อุ่นเครื่อง

พอสตาร์ทเครื่องติดแล้ว ไม่ควรเร่งเครื่องแรงๆ ให้ค่อยๆ เร่งเพื่อเป็นการวอร์มแบตเตอรี่ สัก 15 นาทีเป็นอย่างน้อย เนื่องจากเวลาอากาศเย็น น้ำมันหล่อลื่นจะจับตัวกัน มีความหนืด ทำให้การขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ช้าลง สตาร์ทเครื่องติดแล้วควรปล่อยทิ้งไว้ (อุ่นเครื่อง) สักพัก เพื่อให้น้ำมันเครื่องได้ไหลเวียนกระจายไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆได้ทั่วถึง จากนั้นก็ออกรถได้แล้ว เพื่อให้ตอนออกรถ น้ำมันเครื่องไม่หนืดจนเกินไป


5. ที่ปัดน้ำฝนกระจกหน้า

ตรวจเช็คใบปัดน้ำฝน อุณหภูมิที่เย็นลงอาจทำให้ใบปัดน้ำฝนมีสภาพแข็งเปราะ บวกกับพวกสิ่งสกปรกทำให้เวลามีหมอก ทำให้การปัดไล่ความเย็นที่ติดกระจกลดลงควรเปลี่ยนใหม่หรือใช้น้ำอุ่นเช็ดให้สะอาด

5. ยางรถยนต์
อุณหภูมิที่เย็นอาจทำให้ความดันลมยางลดลง ดังนั้นต้องมั่นใจว่ายางมีการเติมลมอย่างเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น และช่วยยืดอายุการใช้งานของยางได้ และอย่าลืมตรวจเช็คการสึกหรอของดอกยางด้วย



6. สายพานและท่อ

อุณหภูมิที่เย็นจัดอาจส่งผลให้สายพานฉีกขาดหรือแตกใช้งานไม่ได้ ในช่วงของการเปลี่ยนฤดูจึงควรมีการตรวจสอบและเปลี่ยนสายพานหากจำเป็น



7. ระบบไล่ฝ้า

ฝ้าที่กระจกรถด้านนอก เกิดจากอุณหภูมิภายนอกสูงกว่าภายใน และฝ้าที่กระจกด้านในเกิดจากอุณหภูมิภายในรถสูงกว่าภายนอก สำหรับการตรวจเช็คระบบไล่ฝ้าก็ทำด้วยการทดลองเปิดใช้งานระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ตรวจดูว่าระบบทำงานปกติหรือไม่ ถ้ามีจุดใดเสียก็ให้รีบซ่อมแซมเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อความปลอดภัย



8. ระบบเบรก

ก่อนขับรถทุกครั้งการตรวจเช็คผ้าเบรกกับน้ำมันเบรกคือสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เริ่มด้วยการดูผ้าเบรกว่าเหลือมากน้อยขนาดไหน ต่อมาคือการดูจานเบรกว่าสึกลึกลงไปเท่าใดแล้ว รวมถึงสังเกตลักษณะของจานเบรกว่ามีความคดหรือไม่ สิ่งสุดท้ายคือดูน้ำมันเบรกว่าเหลือเท่าไหร่ถ้าน้อยก็ให้เติมลงไป และหากเป็นไปได้ก็ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกปีละครั้งเพื่อเป็นการไล่ความชื้น และทำให้การเบรกมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดเวลา



9. สัญญาณไฟ

ระบบไฟทั้ง ไฟเลี้ยว ไฟเบรก และไฟตัดหมอก เพราะในช่วงฤดูหนาวที่อาจมีหมอกลงจัดในบางช่วงทัศนวิสัยการมองเห็นจะลดน้อยลงอย่างมาก ซึ่งถ้าไฟต่างๆ ที่กล่าวมาเกิดชำรุดใช้งานไม่ได้ นั่นอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นอย่างไม่คาดคิด ดังนั้นผู้ขับขี่จึงควรตรวจสอบและเปลี่ยนหลอดไฟให้สว่างและใช้งานได้ตามปกติอยู่เสมอ


การใช้รถในการเดินทางไม่ว่าจะสภาพอากาศแบบไหน ไม่ควรประมาทและระมัดระวังทุกครั้ง เพิ่มความคุ้มครองรถจากทุกภัย ด้วยประกันรถยนต์ https://www.smk.co.th/premotor.aspx

Tags: