ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ผู้เขียน หัวข้อ: ความรู้เรื่องยาง By นิตโตะซัง  (อ่าน 5192 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ James ECT-22

  • ทีมงานคณะกรรมการคลับ
  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 120
  • กระทู้: 1314
  • พลังน้ำใจ : 11
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Samutprakarn
  • ชื่อเล่น: Jim
  • Never trouble trouble till trouble troubles me.
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1
 Share 
อย่าลืม ยางอะไหล่

เชื่อว่าทุกๆ ท่านที่ขับรถคงทราบถึงประโยชน์ของยางอะไหล่อยู่แล้วว่าใช้สำหรับเปลี่ยนกับยางรถยนต์ที่เกิดปัญหา ไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ แต่ผู้ขับรถยนต์ส่วนมาก มักจะมองข้ามความสำคัญของยางอะไหล่ไปอาจจะด้วยสาเหตุที่ยางอะไหล่ถูกจัดเก็บไว้อย่างมิดชิด ในกระโปรงท้ายรถ หรือใต้ท้องรถ ยางอะไหล่เลยมักถูกลืมไม่ได้รับการดูแล ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ยางอะไหล่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และจะต้องมีความพร้อมที่จะนำมาใช้งานได้ตลอดเวลา

ในขณะที่รถวิ่งไปนั้น ยางรถยนต์ต้องสัมผัสกับผวถนนอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นโอกาสที่ยางรถยนต์จะวิ่งไปทับกับเศษวัสดุที่แหลมคม บาดหรือตำทะลุก็ย่อมเป็นไปได้ หากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นระหว่างทางที่ห่างไกลจากชุมชนแล้วคุณจะทำอย่างไร ก็ต้องพึ่งย่างอะไหล่แน่ๆ

แต่ด้วยความที่ไม่เคยตรวจเช็คลมและสภาพของยางอะไหล่เป็นเวลานาน เมื่อถึงเวลาจำเป็นที่ต้องนำออกมาใช้ มักปรากฏว่า ลมในยางอะไหล่มีไม่เพียงพอที่จะนำไปใช้งานได้ กลายเป็นยางแบนอีกเส้นนึง ดังนั้นผู้ใช้รถทุกท่านจำเป็นที่จะต้องทำการตรวจเช็คลมและสภาพของยางรถยนต์ทั้ง 4 เส้น และยางอะไหล่เป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยางอะไหล่ควรเติมลมยางให้มากกว่าปกติประมาณ 5-10 ปอนด์ เผื่อไว้สำหรับการรั่วซึมเมื่อยังไม่นำมาใช้งาน จะได้ไม่ต้องถอดออกมาเติมบ่อยๆ ไงครับ


บทความจากเวปไซ้ของ Nittoครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 ธ.ค. 2014, 15:00:29 โดย James Lin »

ออฟไลน์ James ECT-22

  • ทีมงานคณะกรรมการคลับ
  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 120
  • กระทู้: 1314
  • พลังน้ำใจ : 11
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Samutprakarn
  • ชื่อเล่น: Jim
  • Never trouble trouble till trouble troubles me.
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1
Re: ความรู้เรื่องยาง By นิตโตะซัง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 01 ธ.ค. 2014, 15:03:38 »
จอดรถทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งาน ทำให้ยางหมดสภาพได้จริงหรือ

สำหรับผู้ทีเพิ่งเปลี่ยนยางใหม่ ผู้ที่ใช้รถน้อย หรือมีความจำเป็นต้องจอดรถทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรที่จะนำรถไปขับขี่หรือเคลื่อนที่เพื่อให้ยางได้หมุนบ้าง เพราะการจอดรถอยู่กับที่เป็น FLAT SPOT ที่หน้ายาง หรืออาการไม่คืนตัวของการยุบตัวของรถยนต์ทั้งหมด จะตกสู่ยางแต่ละเส้นในจุดเดียว 


ถ้าจำเป็นจริงๆ ต้องจอดรถไว้เป็นเวลานาน ๆ โดยไม่ได้ใช้งาน ก็ควรจะเพิ่มความดันลมยางให้มากกว่าปกติประมาณ 10 ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว หรือหากเป็นได้ได้ วิธีที่ดีที่สุดในกรณีที่ต้องจอดรถทิ้งไว้นานเกินกว่า 3 เดือนขึ้นไปนั้น ขอแนะนำให้ยกรถตั้งบนแท่นวางทั้ง 4 ล้อ ซึ่งทำให้น้ำหนักรถไม่กดทับลงบนยาง จะเป็นการรักษารูปร่างของยางได้ดีที่สุด


ออฟไลน์ James ECT-22

  • ทีมงานคณะกรรมการคลับ
  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 120
  • กระทู้: 1314
  • พลังน้ำใจ : 11
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Samutprakarn
  • ชื่อเล่น: Jim
  • Never trouble trouble till trouble troubles me.
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1
Re: ความรู้เรื่องยาง By นิตโตะซัง
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 01 ธ.ค. 2014, 15:08:32 »
ทำยางถึงหมดสภาพ ทั้งๆ ที่ดอกยังลึกอยู่

การเสื่อมสภาพของยางเร็วกว่าปกติโดยที่ดอกยางยังมีอยู่เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยครับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานที่ไม่ถูกต้องซึ่งหลักๆ แล้วมักเกิดจากปัจจัยต่างๆต่อไปนี้

1. ความร้อนและแสงแดด การจอดรถยนต์ในลานโล่งที่มีแสงแดดส่องเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความร้อนสะสมที่บริเวณแก้มยางและหน้ายางมากกว่าปกติ โดยเฉพาะการจอดบนพื้นคอนกรีตและปูนทำให้เนื้อยางแข็งกระด้างหรือแตกลายงาได้
2. การดูแลรักษายางที่ไม่ถูกต้อง เช่นการปล่อยให้ยางโดยน้ำมัน หรือสารเคมีที่อาจทำปฏิกิริยากับเนื้อยาง ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพ เปื่อยยุ่ย และบวมได้ รวมถึงการใช้น้ำยาทำความสะอาดและเคลือบยางบางประเภท
3. การจอดรถอยู่กับที่เป็นระยะเวลานานๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการไม่คืนตัวของการยุบตัวของโครงยางส่วนหน้า ที่สัมผัสกับพื้นได้ทำให้โครงยางเสียรูป ไม่กลมอย่างที่เคยบอกไปแล้วครับ


ออฟไลน์ James ECT-22

  • ทีมงานคณะกรรมการคลับ
  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 120
  • กระทู้: 1314
  • พลังน้ำใจ : 11
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Samutprakarn
  • ชื่อเล่น: Jim
  • Never trouble trouble till trouble troubles me.
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1
Re: ความรู้เรื่องยาง By นิตโตะซัง
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 01 ธ.ค. 2014, 15:15:14 »
ทำไมควรตรวจเช็คลมเมื่อยางเย็น

ยางรถยนต์เหมือนเกราะกันกระแทกระหว่างระยนต์และพื้นถนน  เพื่อให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อนได้  ยางทุกเส้นเลยต้องได้รับการเติมลมก่อนใช้งาน และต้องรักษาระดับความดันลมยางให้ใกล้เคียงกับที่โรงงานผู้ผลิตกำหนดอยู่เสมอครับ

ยังไงก็ตามความดันลมยางจะลดลงหลังจากการใช้งานเป็นปกติอยู่แล้ว  ดังนั้นจึงควรเช็คระดับความดันลมยางอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อยืดอายุการใช้งานของยางรถคุณ

ควรเช็คลมยางในขณะที่ยางเย็น  หรือก่อนการใช้งาน  เพราะทันทีที่ล้อเริ่มหมุน ยางจะเกิดการเปลี่ยนรูป  ทำให้อากาศภายในเกิดการเคลื่อนไหวเสียดสีกันจนทำให้เกิดความร้อนขึ้น อากาศภายในยางขยายตัวความดันลมเลยเพิ่มสูงขึ้น ถ้าจำเป็นต้องเติมลมหลังใช้งานแล้ว ควรเติมลมเพิ่มขึ้นอีก 2-3 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เพื่อชดเชยความดันอากาศที่ขยายตัว หลังจากจอดทิ้งไว้จนยางเย็นค่อยมาเช็คลมยางอีกครั้งครับ



จุดนี้ ผมขอแนะนำให้ผู้ใช้รถทุกท่านหันมาใช้ลงยางไนโตรเจ้นครับ
แก๊สไนโตรเจ้นเป็นinertแก๊ส ที่ไม่เปลี่ยนแปลงสภาพตัวเองหากโดนบดมากๆหรือวิ่งนานๆ เพราะตัวมันเองจะไม่ขยายตัวครับ เหมาะสำหรับการใช้งานทุกสภาพถนน
โอเคครับ มันต้องเสียเงินแว๊คเอาลมเดิมออกแล้วเปลี่ยนล้อละ50บาท แต่เพราะมันไม่ร้อนเราจึงสามารถใช้ยางนั้นได้นานกว่าปกติครับ
และอื่นๆ ข้อดีมีอีกมากมายครับ

ออฟไลน์ James ECT-22

  • ทีมงานคณะกรรมการคลับ
  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 120
  • กระทู้: 1314
  • พลังน้ำใจ : 11
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Samutprakarn
  • ชื่อเล่น: Jim
  • Never trouble trouble till trouble troubles me.
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1
Re: ความรู้เรื่องยาง By นิตโตะซัง
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 01 ธ.ค. 2014, 15:25:58 »
การเติมลมยางใช้ไนโตรเจน ดี หรือไม่

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับไอ้เจ้า ไนโตรเจน ก่อนว่าความเป็นมามันเป็นอย่างไร 
 
ไนโตรเจน มีสัญลักษณ์ N เป็นอโลหะมีสถานะเป็นแก๊ส มีอยู่ทั่วไป โดยปกติไม่มีสี กลิ่น หรือรส ไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบของบรรยากาศของโลกซึ่งมีมากถึง 78% ของบรรยากาศโลก และยังเป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อในสิ่งมีชีวิต จะเห็นว่าไนโตรเจน เป็นส่วนประกอบของบรรยากาศโลกและอากาศที่เราหายใจ ประโยชน์ของไนโตรเจนมีมากมาย แต่ที่กล่าวถึงก็เกี่ยวกับข้อสงสัยของคุณลูกค้าที่ได้ถามมา เรามาดูข้อดีของไนโตรเจนกันก่อน เมื่อเรานำมาเติมเป็นลมยาง 

ข้อดีของการเติมไนโตรเจน
1. ไนโตรเจนไม่ทำให้กระทะล้อเป็นสนิม เพราะไนโตรเจนไม่มีส่วนประกอบของไอน้ำ หรือ H2O ซึ่งน้ำหรือไอน้ำจะไปทำปฏิกิริยากับกระทะล้อที่เป็นเหล็กจะก่อให้เกิดสนิม
2. แป้งที่เคลือบยางก็จะไม่เป็นก้อน เพราะหากเราเติมลมธรรมดาในลมที่เราเติมเข้าไปจะประกอบด้วยไฮโดรเจน ออกซิเจนและสารอื่น ๆ เมื่อมีการรวมตัวของไฮโดรเจนและออกซิเจน ก็จะเกิดเป็นหยดน้ำเช่นกัน ก็จะทำให้แป้งที่เคลือบยางกลายเป็นก้อน หากใช้ไปนาน ๆ ก้อนแป้งก็จะโตขึ้นและทำให้ความสมดุลของล้อเปลี่ยนไป ถ่วงยางใหม่ก็ถ่วงไม่ลง
3. ช่วยในการลดการระเบิดของลมยาง เพราะก๊าสไนโตรเจนเป็นก๊าซเฉื่อย การขยับตัวจะเคลื่อนที่ช้า โมเลกุลเสียดสีกันน้อย ทำให้เกิดความร้อนสะสมของลมยางน้อย แรงดันลมมีการเปลี่ยนแปลงน้อย ทำให้มีโอกาสการระเบิดน้อย (การระเบิดของยางส่วนใหญ่ เกิดจากแรงดันลมที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับโครงสร้างของผ้าใบของยางเสื่อมคุณภาพ ทำให้เกิดระเบิด)
แรงดันในล้อหรือแรงดันลมเพิ่มได้อย่างไร? เนื่องจาก ออกซิเจนและไฮโดรเจนเมื่อรวมตัวกันเป็นน้ำ ทำให้เมื่อยางร้อนก็จะมีการแยกของอะตอมและจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นทำให้แรงดันลมยางไม่แน่นอน ทำให้มีโอกาสที่ยางจะระเบิดได้
4. ไนโตรเจนสามารถทำให้การขับขี่นุ่มนวล และเสียงดังจากยางกระทบกับคลื่นตะเข็บของถนนลดลง (ถ้ายาง ซีรี่ย์ต่ำจะเห็นผลน้อย)
5. ไม่ต้องตรวจเช็คลมยางบ่อย ๆ เพราะอะตอมไนโตรเจนมีขนาดโตกว่าออกซิเจน ทำให้การซึมผ่านของไนโตรเจนน้อยกว่า 
6. ยืดอายุการใช้งานของยาง เพราะหากเติมลมธรรมดา ออกซิเจนจำนวนมากจะไปทำปฏิกิริยากับสารเคมีในยาง ทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็ว หากเติมไนโตรเจนช่วยให้ยางมีอายุการใช้งานที่ยาวขึ้น เนื่องจากไนโตรเจนเป็นก๊าซเฉื่อย ทำให้อุณหภูมิยางน้อย
7. จากการทดสอบในอเมริกา เติมลมไนโตรเจนช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ เหตุผล ด้วยอุณหภูมิของล้อที่ลดลง จะช่วยลดแรงเสียดทานในการหมุนของยาง จึงช่วยประหยัดน้ำมัน
8. ขับปลอดภัยขึ้นแน่นอน เพราะยางอุณหภูมิไม่สูง โอกาสจะระเบิดน้อย 



คำถามแรกที่ตอบไปก็พอสมควร ส่วนข้อเสียที่พบบ่อยๆก็คือ
1. มีจุดบริการไนโตรเจนน้อย
2. เติมลมธรรมดาฟรี แต่ไนโตรเจนต้องจ่ายเงิน
3. การที่เราจะเปลี่ยนจากลมแบบธรรมดาเป็นไนโตรเจน จะต้องปล่อยลมออกให้หมด เพราะหากไม่ปล่อยออก ไนโตรเจนที่เราเติมเข้าไปก็จะกลายเป็นลมธรรมดา ยกตัวอย่าง เช่น นำรถเข้าศูนย์บริการแห่งหนึ่งแล้วทางพนักงานไม่ได้ถามว่าลูกค้าใช้ลมไนโตรเจนหรือไม่ ช่างผู้ซ่อมเติมลมธรรมดาเข้าไป ลมรถของท่านลูกค้าก็จะกลายเป็นลมธรรมดาทันที ถ้าจะให้เป็นลมไนโตรเจนใหม่ ก็ต้องปล่อยลมออกทั้งหมดแล้วเติมไนโตรเจนเข้าไปใหม่


ออฟไลน์ James ECT-22

  • ทีมงานคณะกรรมการคลับ
  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 120
  • กระทู้: 1314
  • พลังน้ำใจ : 11
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Samutprakarn
  • ชื่อเล่น: Jim
  • Never trouble trouble till trouble troubles me.
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1
Re: ความรู้เรื่องยาง By นิตโตะซัง
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 01 ธ.ค. 2014, 15:30:55 »
Flush Style ยังมาแรงไม่หยุด การทำรถแนวนี้มักพุ่งเป้าไปที่ “ล้อ” และ “ยาง” ครับโดยขนาดหน้ากว้างของยาง จะต่ำกว่าความหน้ากว้างล้อ ซึ่งบอกไว้ก่อนว่ามันไม่ใช่มาตรฐานของการใส่ยางกับล้อที่ถูกต้องนะครับ

ยกตัวอย่างเช่น ล้อแม๊กซ์กว้าง 8 นิ้ว ซึ่งปกติเราต้องใช้ยางหน้ากว้าง 205-215 ถ้าคิดเป็นนิ้วก็จะได้ประมาณ 8 นิ้วนิดๆ ซึ่งกว้างพอดีกันระหว่างล้อแม๊กซ์และยาง แต่ถ้าเราอยากใส่ล้อแนวดึงยาง ก็ต้องลดขนาดของหน้ายางลง ซึ่งที่เล่นๆ กันอยู่ก็จะใช้ยางหน้ากว้าง 165-185 มิลลิเมตร (กว้างประมาณ 6 นิ้วนิดๆ) ไม่เกินนี้.ซึ่งพอใส่ไปแล้ว แก้มยางจะออกแนวกลมๆ ป่องๆ

ฉะนั้นว่ากันตามธรรมชาติ เวลาใส่ยางที่หน้าแคบกว่าล้อก็ต้องฝืนอัดอากาศเข้าไป ถ้ายางแคบกว่าล้อมาก ก็ต้องใช้วิธีจุดไฟกับแก๊สให้มีแรงอัดอากาศสูงจนระเบิด ทำให้แก้มยางไปชนกับขอบล้อได้ ถึงจะเติมลมได้ แต่ขอบยางจะไม่สามารถมาปกป้องขอบล้อได้อย่างแน่นอน เพราะยางมันลึกเข้าไปข้างใน

ข้อดี คืออะไร ก็สวยไงครับ (ถ้าคิดว่าสวยนะ) ส่วนข้อเสียหรือข้อที่ควรจะต้องระวังมรอะไรบ้าง มาตามดูกันตอนต่อไปครับ



เนื่องจากการดึงยาง ไม่ใช่การสวมใส่ยางเข้ากับล้อที่เป็นมาตรฐาน ฉะนั้น ถ้าคิดว่าสวยและอยากจะใส่จริงๆ เราก็มีข้อควรระวังตามนี้ครับ

1. การเติมลมควรเติมให้มีแรงดันมากกว่าปกติ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ล้อโดนกระแทกจนดุ้งได้ง่ายๆ ซึ่งรถจะกระด้างมาก ฉะนั้นทีนี้ภาระการรับแรงกระแทกจะไปยังช่วงล่างเต็มๆ
2.  ไม่ควรเข้าโค้งแคบ ด้วยความเร็วสูง เพราะจะทำให้ยางบิดตัว ปลิ้นหลุดออกมา
3. ถ้าไม่ขยันเช็คลมยาง แล้วลมยางอ่อน เมื่อล้อตกหลุม หรือแก้มยางยุบตัว จะมีโอกาสทำให้เกิดช่องว่างระหว่างยางกับล้อได้ง่ายมากๆ ลมยางจะรั่วออกทันที ยางจะแบน หรือหากกระแทกแรงอาจถึงขั้นระเบิดจนรถเสียการทรงตัว
4. ขอบล้อแม๊กซ์จะไม่ได้รับการปกป้องจากแก้มยาง โอกาสที่ล้อจะไปขูดกับขอบฟุตบาทมีสูงมากๆ

สรุปง่ายๆ ว่าการใส่ยางดึง ถึงแม้จะไม่เป็นอันตรายในทันที แต่ก็ขับลำบาก ต้องระมัดระวังในหลายด้าน ช่วงล่าง และยางจะพังเร็วขึ้นครับ
 

ออฟไลน์ James ECT-22

  • ทีมงานคณะกรรมการคลับ
  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 120
  • กระทู้: 1314
  • พลังน้ำใจ : 11
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Samutprakarn
  • ชื่อเล่น: Jim
  • Never trouble trouble till trouble troubles me.
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1
Re: ความรู้เรื่องยาง By นิตโตะซัง
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 01 ธ.ค. 2014, 15:38:12 »
ความกว้างของยาง VS ความกว้างของหน้ายาง
เรื่องราวเกี่ยวกับยางรถยนต์ ยังมีความเข้าใจผิดในวงกว้าง จนบางคนมีความคิดฝังหัวว่าเป็นหลักการที่ถูกต้องซะงั้น

บนแก้มยางทุกเส้นจะระบุขนาด ต่างๆ ของยางเส้นนั้นไว้ สำหรับยางทั่วไปจะมีการระบุไว้ เช่น 215/45R17 ใช่ไหมครับ

ตัวเลข 3 หลักแรกบางคนเข้าใจผิด โดยเข้าใจว่าเป็นความกว้างของหน้ายางที่สัมผัสถนน มีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ตามตัวอย่าง คือ คิดว่ายางเส้นนี้มีหน้ากว้าง 215 มิลลิเมตร

แต่อันที่จริง ตัวเลข 3 หลักแรกเป็นความกว้างของยางจากแก้มยางซ้ายไปจนถึงแก้มยางขวา ไม่ใช่ความกว้างของหน้ายางที่สัมผัสพื้นครับ วิธีการตรวจสอบง่ายๆ ตัวเลข 3 หลักนี้ ก็คือ เอายางเส้นนั้นใส่กับกระทะล้อ วัดความกว้างของยางจากส่วนที่กว้างที่สุด ซึ่งมักจะเป็นส่วนโค้งของแก้มยางที่ป่องออกมา จากแก้มข้างหนึ่งมายังอีกข้างหนึ่ง โดยวัดรวมทุกอย่างที่กว้างที่สุด ถ้าบังเอิญมีตัวอักษรตัวเลขหล่อนูนออกมา ก็ ต้องวัดรวมด้วย แล้วก็จะได้ค่าความกว้างนั้นออกมา

ตัวเลข 3 หลักแรกที่ระบุไว้ เช่น 215 จะเป็นความกว้างของยางในส่วนที่ป่องที่สุด ซึ่งเป็นแก้มยาง ส่วนความกว้างของหน้ายางจริง จะไม่มีการกำหนดไว้ ถ้าลองวัดดู ก็จะแคบว่าตัวเลขความกว้างของยางที่ระบุไว้ 10-30 มิลลิเมตร

นั่นหมายความว่า สมมุตติยางที่ระบุความกว้าง ไว้เท่ากัน แต่ต่างรุ่นต่างยี่ห้อกัน ความกว้างของยางบริเวณแก้มจะต้องเท่ากัน แต่ไม่แน่ว่าความกว้างของหน้ายางจะต้องเท่ากัน เพราะยางจำพวกสปอร์ตหรือเน้นสมรรถนะสูง จะมีความกว้างของหน้ายางใกล้เคียงกับตัวเลขความกว้างของยางมากกว่ายางรุ่นพื้นๆ สำหรับใช้งานทั่วไป


ภาพยางรุ่นที่ผมใช้อยู่ครับ เงียบและนุ่มมาก

ออฟไลน์ James ECT-22

  • ทีมงานคณะกรรมการคลับ
  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 120
  • กระทู้: 1314
  • พลังน้ำใจ : 11
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Samutprakarn
  • ชื่อเล่น: Jim
  • Never trouble trouble till trouble troubles me.
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1
Re: ความรู้เรื่องยาง By นิตโตะซัง
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 01 ธ.ค. 2014, 15:41:50 »
แล้วเรานับอายุยางกันยังไง ?

คุณรู้มั้ยว่า ในบรรดาสินค้าที่อยู่ในท้องตลาด ยางรถยนต์ต้องเผชิญสภาพแวดล้อมขณะใช้งานอย่างโหดร้ายมว๊าก โดยเนื้อยางโดนยืดไปมานับเป็นล้านครั้งขณะกลิ้งตัวไปตามพื้นถนนจนกว่าจะหมดสภาพการใช้งาน

ถ้ารถเราวิ่งด้วยความเร็ว130 กม./ชม. ล้อและยางจะต้องหมุนถึงประมาณ 20 รอบ/วินาที นั่นแสดงว่าการออกแบบการผลิตยางรถยนต์แต่ละเส้นนั้น ได้มีการเอาองค์ประกอบต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องความทนทาน และอายุการใช้งานเป็นองค์ประกอบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย

อันที่จริง อายุของยางรถยนต์จะเริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่ไปใช้งานจริงหรือติดล้อวิ่ง ไม่ใช่จากวันเดือนปีที่ผลิตนะครับ และถ้าจะพิจารณาถึงการสิ้นสุดของการใช้งาน ให้พิจารณาจากความลึกของดอกยาง โดยดูจากสะพานยางที่อยู่ระหว่างร่องดอกยางซึ่งมีความสูงประมาณ 1.6 มม. ถ้าพบว่า ดอกยางมีอัตราการสึกจนถึงระดับนี้แล้ว แสดงว่ายางเส้นนั้นร่องยางตื้นเกินไปแล้ว ควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่เพื่อความปลอดภัยจะดีกว่า

สำหรับยางรถยนต์ที่ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้งาน ถ้าเก็บรักษาอย่างถูกวิธี สามารถเก็บได้ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี ก่อนนำไปติดล้อวิ่ง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานจนอาจไม่จำเป็นที่ต้องให้ความสนใจในการตัดสินใจซื้อ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญก็คือการเลือกยางรถยนต์ให้ถูกกับการใช้งาน ยี่ห้อที่ไว้ใจได้และดูแลรักษายางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอมากกว่าครับ


ออฟไลน์ James ECT-22

  • ทีมงานคณะกรรมการคลับ
  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 120
  • กระทู้: 1314
  • พลังน้ำใจ : 11
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Samutprakarn
  • ชื่อเล่น: Jim
  • Never trouble trouble till trouble troubles me.
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1
Re: ความรู้เรื่องยาง By นิตโตะซัง
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 01 ธ.ค. 2014, 15:45:08 »
ซีรีส์สูง แก้มยางสูง ?!?

เอาตัวอย่างเดิมของครั้งที่แล้วนะครับ 215/45R17 ตัวเลข 2 หลักชุดที่ 2 คือ 60 หมายถึงซีรีส์ของยาง หลายคนเข้าใจผิดว่า ยางที่มีตัวเลขซีรีส์มาก จะต้องมีแก้มสูงกว่ายางที่มีซีรีส์น้อยกว่าเสมอ
 


อันที่จริง ตัวเลขซีรีส์ หมายถึง ความสูงของแก้มยางที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของความกว้างของยาง เส้นนั้นๆ ฉะนั้น ถ้าต้องการทราบความสูงจริงของแก้มยาง ก็ต้องมีการคำนวณก่อน

จากตัวอย่าง ยางเส้นนี้ มีความสูงของแก้มยาง เป็น 45 เปอร์เซ็นต์จากความกว้าง
215 มิลลิเมตร คำนวนด้วยวิธี 215 X (45/100) = 96.75 มิลลิเมตร

ถ้าไม่ผ่านการคำนวณ จะสรุปลอยๆ ไม่ได้ว่า ยางซีรีส์ 55 จะมีแก้มยางจริงสูงกว่ายางซีรีส์ 45 หากมีความกว้างของยางต่างกัน

ถ้าจะเดาความสูงของแก้มยาง ก็ต้องดูตัวเลข 3 หลักแรก คือ ความกว้างของยางด้วย แต่ถ้าจะให้แม่นยำก็ต้องเอาไปคำนวณกันก่อนครับ

ออฟไลน์ MooBank

  • สมาชิก 300 ไมล์
  • ********
  • สมาชิก ID: 18
  • กระทู้: 379
  • พลังน้ำใจ : 3
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: สมุทรสาคร
  • ชื่อเล่น: Bank
  • สีรถ: ยังไม่ระบุ
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1
Re: ความรู้เรื่องยาง By นิตโตะซัง
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 02 ธ.ค. 2014, 13:05:00 »
ข้อมูลแน่นมากเลยครับ  :emo_051:

ออฟไลน์ pongroofman

  • สมาชิก 300 ไมล์
  • ********
  • สมาชิก ID: 135
  • กระทู้: 421
  • พลังน้ำใจ : 3
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: bangkok
  • ชื่อเล่น: ป๋อง
    • ดูรายละเอียด
    • Pingpong's way
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1
Re: ความรู้เรื่องยาง By นิตโตะซัง
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 03 ธ.ค. 2014, 21:59:33 »
ขอบคุณครับ พี่เจมส์ ความรู้ แน่นมากเลยครับ ..

อยากได้ความรู้ ด้านยางอื่นๆ ด้วยครับ ... อิอิ
Pongroofman
น้องบูบู๋ สีน้ำเงิน มารู้จักกันไว้ Click ที่นี่ครับ http://www.elantraclubthailand.com/index.php/topic,94.0.html
อยากรู้จักเจ้าของ บูบู๋ ก็ต้องนี่ครับ https://www.facebook.com/narong.wonggasem

ออฟไลน์ James ECT-22

  • ทีมงานคณะกรรมการคลับ
  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 120
  • กระทู้: 1314
  • พลังน้ำใจ : 11
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Samutprakarn
  • ชื่อเล่น: Jim
  • Never trouble trouble till trouble troubles me.
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1
Re: ความรู้เรื่องยาง By นิตโตะซัง
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 04 ธ.ค. 2014, 09:40:48 »
ที่ค่ายNittoลงไว้ ผมเอาแต่ตัวที่น่าสนใจมาลงครับ บางอันเน้นเหมือนจะโฆษณาขายของอย่างเดียว ผมเลยตัดออกครับผม

Tags: